ผลิตภัณฑ์ยา ความหมาย และ ประเภท บริการด้วยใจ ใส่ใจในทุกรายละเอียด โทร :  083-492-5816 ,Line : @436ebwtc หรือ Email: cmtlaw49@gmail.com หรือที่ Email : toebkk@hotmail.com

ความปลอดภัยในการใช้ยา

1.  ความหมายและประเภทของยา

ยาเป็นปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์ ยาสามารถช่วยในการป้องกันและรักษาโรคได้ ขณะเดียวกัน ยาก็มีอันตรายต่อสุขภาพและชีวิต ถ้าเราไม่รู้จักวิธีการใช้ที่ถูกต้องดังคำกล่าวที่ว่า “ยามีคุณอนันต์ แต่มีโทษมหันต์”

 

 

1.1  ความหมายของยา

ตามพระราชบัญญัติยา พุทธศักราช 2522 ได้ให้ความหมายว่า “ยา” หมายถึง สารที่ใช้ในการวิเคราะห์ บำบัดรักษา ป้องกันโรคหรือความเจ็บป่วยของมนุษย์และสัตว์ รวมทั้งใช้บำรุง และเสริมสร้างสุขภาพร่างกายและจิตใจด้วย

 

1.2  ประเภทของยา

พระราชบัญญัติยาฉบับที่  3  พุทธศักราช 2522  ได้จำแนกประเภทของยาเป็น 5 ประเภท  คือ

 

1)  ยาแผนปัจจุบัน  หมายถึง ยาที่ใช้รักษาโรคแผนปัจจุบันทั้งในคนและสัตว์ เช่น ยาลดไข้ ยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด ยาแก้แพ้ เป็นต้น

 

2)  ยาแผนโบราณ  หมายถึง  ยาที่ใช้รักษาโรคแผนโบราณทั้งในคนและสัตว์ ยาชนิดนี้จะต้องขึ้นทะเบียนเป็นตำรับยาแผนโบราณอย่างถูกต้อง เช่น ยามหานิลแท่งทอง ยาธาตุบรรจบ ยาเทพมงคล ยาเขียวหอม เป็นต้น

 

3)  ยาอันตราย  หมายถึง  ยาที่ต้องควบคุมการใช้เป็นพิเศษ เพราะหากใช้ยาประเภทนี้ไม่ถูกต้อง อาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เช่น ยาปฏิชีวนะชนิดต่างๆ ยาจำพวกลดความดันเลือด ยาจำพวกแก้คลื่นเหียนอาเจียน เป็นต้น

 

4) ยาสามัญประจำบ้าน หมายถึง ยาทั้งที่เป็นแผนปัจจุบัน และแผนโบราณ ซึ่งกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติยาว่าเป็นยาสามัญประจำบ้าน เช่น ยาธาตุน้ำแดง ยาขับลม ยาเม็ดซัลฟากัวนิดีน ยาระบายแมกนีเซีย ดีเกลือ ยาเม็ดพาราเซตามอล เป็นต้น

 

5)  ยาสมุนไพร  หมายถึง ยาที่ได้จากพืช สัตว์ หรือแร่ ซึ่งยังไม่ได้นำมาผสม หรือเปลี่ยนสภาพ เช่น ว่านหางจระเข้ กระเทียม มะขาม มะเกลือ นอแรด เขี้ยวเสือ ดีงูเหลือม ดีเกลือ สารส้ม จุนสี เป็นต้น

 

นอกจากยาทั้ง 5 ประเภทที่กล่าวมาแล้ว ยังมียาที่ใช้ภายนอก สำหรับใช้ภายนอก ยาใช้เฉพาะที่ สำหรับใช้เฉพาะที่กับผิวหนัง หู ตา จมูก ปาก ทวารหนัก ช่องคลอด หรือท่อปัสสาวะ และยาบรรจุเสร็จ คือยาแผนปัจจุบันที่ผลิตขึ้นเสร็จในรูปต่างๆ และมีฉลากครบถ้วนตามกฎหมาย ยาควบคุมพิเศษ เป็นยาที่มีอันตรายมาก ไม่ว่าผู้ใช้จะใช้ถูกวิธีหรือไม่ ดังนั้น การใช้ยากประเภทนี้จึงต้องอยู่ในความควบคุมของแพทย์ และแพทย์จะใช้ยาประเภทนี้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นจริงๆ เท่านั้น ยาชุด หมายถึง ยาที่ผู้ขายจัดรวมไว้เป็นชุดให้กับผู้ซื้อ สำหรับให้กินครั้งละ 1 ชุดรวมกันหมด โดยไม่แยกว่าเป็นยาชนิดใด ควรจะกินเวลาไหน โดยทั่วไปมักจะมียาตั้งแต่ 3 - 5 เม็ด หรืออาจมากกว่า และอาจจัดรวมยาชุดไว้ในซองพลาสติกเล็กๆ พิมพ์ฉลากบ่งบอกสรรพคุณไว้ด้วย

 

   ผลิตภัณฑ์ยาคืออะไร? ความหมาย ประเภท และเรื่องที่ต้องรู้ก่อนผลิตหรือนำเข้า

 

ก่อนเริ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ยา ควรรู้ว่าสินค้าเข้าข่ายยาอะไร ต้องตรวจสอบข้อกำหนดใด และมีเอกสารพร้อมเพียงใด

 

ผลิตภัณฑ์ยาเกี่ยวข้องกับสุขภาพของคนและสัตว์โดยตรง การวางแผนธุรกิจจึงต้องพิจารณาทั้งตัวยาสำคัญ คุณภาพ ความปลอดภัย ประสิทธิผล และข้อกำหนดในการดำเนินกิจการ ไม่ควรเริ่มจากการเลือกชื่อแบรนด์หรือออกแบบบรรจุภัณฑ์เพียงอย่างเดียว

 

Meedee Group โดยบริษัท สำนักกฎหมาย ซีเอ็มที รับขึ้นทะเบียนอาหารและยา จำกัด รวบรวมข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบการที่กำลังวางแผนผลิต นำเข้า หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยให้เริ่มเตรียมงานได้ตรงจุด

 

มีสูตรยา เอกสารจากโรงงาน หรือผลิตภัณฑ์ต่างประเทศที่ต้องการนำเข้าแล้ว? ส่งข้อมูลเพื่อขอประเมินขอบเขตงานและใบเสนอราคาได้

 

โทร: 083-492-5816 

LINE: @436ebwtc

อีเมล: cmtlaw49@gmail.com

 

ผลิตภัณฑ์ยาหมายถึงอะไร?

โดยสรุป นิยาม “ยา” ตามพระราชบัญญัติยา ครอบคลุมวัตถุที่รับรองในตำรายาที่กำหนด วัตถุที่มุ่งใช้วินิจฉัย บำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรคของคนหรือสัตว์ รวมถึงเภสัชเคมีภัณฑ์และวัตถุที่มุ่งให้เกิดผลต่อสุขภาพ โครงสร้าง หรือการทำหน้าที่ของร่างกาย ทั้งนี้ ต้องพิจารณาข้อยกเว้นและกฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้องด้วย อ้างอิงความหมายของยาจาก อย.

 

การพิจารณาว่าสินค้าเป็นยาหรือไม่ จึงต้องดูรายละเอียดมากกว่ารูปแบบเม็ด แคปซูล ครีม หรือน้ำ

 

ข้อมูลสำคัญที่ควรตรวจสอบประกอบกัน ได้แก่

 

  • ตัวยาสำคัญหรือส่วนประกอบ
  • ปริมาณและความเข้มข้น
  • วัตถุประสงค์และวิธีใช้
  • กลไกการออกฤทธิ์
  • ข้อบ่งใช้หรือข้อความกล่าวอ้าง
  • กลุ่มผู้ใช้และข้อมูลทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง

 หากผลิตภัณฑ์มีลักษณะก้ำกึ่ง ควรตรวจสอบแนวทางหรือยื่นขอวินิจฉัยประเภทผลิตภัณฑ์ตามความเหมาะสม ก่อนกำหนดแผนขึ้นทะเบียน ศึกษาช่องทางได้จาก กองยา: การวินิจฉัยผลิตภัณฑ์

 

ประเภทยาแบ่งอย่างไร?

 ยาแบ่งได้หลายมุม เช่น ระดับการควบคุมการจำหน่าย รูปแบบยา หรือแนวทางประเมินทะเบียน ดังนั้น คำถามว่า “ยามีกี่ประเภท” ต้องระบุก่อนว่ากำลังใช้เกณฑ์ใด

 ยาหนึ่งผลิตภัณฑ์อาจมีคำอธิบายได้หลายอย่างพร้อมกัน เช่น เป็นยาเม็ดสำหรับรับประทาน และมีสถานะเป็นยาอันตราย การแบ่งตามรูปแบบไม่ได้แทนการแบ่งตามกฎหมาย

 

   1. ประเภทยาตามการควบคุมที่ผู้ประกอบการควรรู้

ยาสามัญประจำบ้าน

 เป็นยาที่ได้รับการกำหนดให้เป็นยาสามัญประจำบ้านตามประกาศที่เกี่ยวข้อง การพิจารณาต้องตรวจสอบรายละเอียดของตำรับ ความแรง รูปแบบ และขนาดบรรจุตามเงื่อนไข ไม่ใช่ตัดสินจากชื่อตัวยาเพียงอย่างเดียว

 ผู้ประกอบการจึงไม่ควรใช้คำว่า “ยาสามัญประจำบ้าน” บนผลิตภัณฑ์โดยยังไม่ได้ตรวจสอบสถานะและเงื่อนไขที่ใช้กับตำรับนั้น

 

ยาอันตราย

 เป็นยาที่ประกาศกำหนดให้เป็นยาอันตราย และมีข้อกำหนดด้านการขายและการส่งมอบยา ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบรายการยา เงื่อนไข และข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์จริง ตรวจสอบประกาศยาอันตรายจากกองยา

 

ยาควบคุมพิเศษ

 เป็นยาที่ประกาศกำหนดให้เป็นยาควบคุมพิเศษ มีการกำกับการใช้และการจำหน่ายเข้มงวด ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบข้อกำหนดเกี่ยวกับใบสั่งยา ผู้มีอำนาจสั่งใช้ และการจัดทำเอกสารตามกรณี ตรวจสอบประกาศยาควบคุมพิเศษจากกองยา

 

ยาบรรจุเสร็จที่ไม่ใช่ยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ

 เป็นอีกกลุ่มที่ต้องพิจารณาสำหรับการดำเนินกิจการขายยา โดยไม่ควรเข้าใจว่าเมื่อไม่ใช่ยาอันตรายแล้ว จะขายได้ทุกสถานที่หรือทุกช่องทาง ต้องตรวจประเภทใบอนุญาตและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องด้วย

 

รายละเอียดของกลุ่มยาและการประกอบกิจการควรตรวจจาก กฎหมายและประกาศที่กองยาเผยแพร่ โดยใช้ฉบับที่มีผลกับผลิตภัณฑ์ในวันที่ดำเนินการ

 

   2. ประเภทยาตามรูปแบบผลิตภัณฑ์

 การแบ่งตามรูปแบบช่วยให้เข้าใจลักษณะสินค้าและข้อมูลที่ต้องเตรียม แต่ไม่ได้บอกสถานะทางกฎหมายทั้งหมด

 

รูปแบบผลิตภัณฑ์        ตัวอย่างข้อมูลที่ควรเตรียมประเมิน

ยาเม็ดและยาแคปซูล   ตัวยาสำคัญ ความแรง ส่วนประกอบ และลักษณะการปลดปล่อยยา

ยาน้ำ    ความเข้มข้น ส่วนประกอบ ภาชนะบรรจุ และเงื่อนไขเก็บรักษา

ยาครีม ยาขี้ผึ้ง และยาเจล         ตัวยาสำคัญ ความเข้มข้น ตำแหน่งและวัตถุประสงค์การใช้

ยาหยอดตาและยาฉีด   สูตร ข้อมูลการผลิต และข้อมูลคุณภาพที่เกี่ยวข้องกับความปราศจากเชื้อ

ยาพ่นและยาสูด           สูตร ปริมาณยาที่ส่งมอบ และข้อมูลอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน

 

ตารางนี้เป็นข้อมูลตั้งต้นสำหรับหารือโครงการ ไม่ใช่รายการเอกสารขึ้นทะเบียนที่ครบถ้วนสำหรับทุกผลิตภัณฑ์

 

   3. ยาแผนปัจจุบัน ยาจากสมุนไพร และผลิตภัณฑ์สมุนไพร ต้องแยกให้ชัด

 การมีวัตถุดิบจากพืชไม่ได้ทำให้สินค้าทุกชนิดใช้ขั้นตอนเดียวกัน และไม่ควรสรุปว่าเป็นอาหาร เป็นยา หรือเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากแหล่งที่มาของส่วนประกอบเพียงอย่างเดียว

 ผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรต้องพิจารณาพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรนำแนวทางขึ้นทะเบียนยาแผนปัจจุบันไปใช้แทนโดยอัตโนมัติ อ้างอิงพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร จากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

 สำหรับตำรับเดิมหรือเอกสารที่ใช้คำว่า “ยาแผนโบราณ” ควรนำทะเบียนและรายละเอียดจริงมาตรวจสอบสถานะและแนวทางดำเนินงานในปัจจุบันก่อน

 

ผลิตภัณฑ์ยาแตกต่างจากอาหารเสริมและเครื่องสำอางอย่างไร?

 รูปแบบสินค้าไม่ใช่เกณฑ์ตัดสินเพียงอย่างเดียว ผลิตภัณฑ์ที่เป็นแคปซูลอาจอยู่ภายใต้กฎหมายต่างกัน ขณะที่สินค้าชนิดครีมก็อาจมีวัตถุประสงค์การใช้และกลไกแตกต่างกัน

 

ในการประเมิน ควรตอบคำถามต่อไปนี้

 

  • สินค้ามีส่วนประกอบอะไร และในปริมาณเท่าใด?
  • ตั้งใจให้ใช้เพื่ออะไร?
  • ต้องการกล่าวอ้างประโยชน์หรือข้อบ่งใช้อย่างไร?
  • มีข้อมูลสนับสนุนและเอกสารจากผู้ผลิตอะไรบ้าง?
  • เคยได้รับการจัดประเภทหรืออนุญาตไว้แล้วหรือไม่?

 

ไม่ควรเลือกยื่นเป็นอาหารเสริมหรือเครื่องสำอางเพียงเพราะคาดว่าจะทำได้ง่ายกว่า หากลักษณะผลิตภัณฑ์จริงไม่ตรงกับประเภทนั้น การเปลี่ยนชื่อสินค้าอย่างเดียวไม่ได้แก้ปัญหาการจัดประเภท

 

ก่อนผลิตหรือนำเข้ายา ควรตรวจสอบเรื่องใดบ้าง?

ตรวจสถานะผู้ประกอบการและขอบเขตกิจการ

 ต้องทราบว่าบริษัทจะเป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ขาย หรือผู้ว่าจ้างผลิต และต้องตรวจสอบใบอนุญาต สถานที่ และผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องตามประเภทกิจการ

 

ตรวจแนวทางขึ้นทะเบียนตำรับยา

 ประเภทคำขอมีผลต่อชุดข้อมูลและวิธีประเมิน ควรนำรายละเอียดผลิตภัณฑ์มาตรวจสอบก่อนวางแผนเอกสาร โดยศึกษาคู่มือจาก กองยา: คู่มือสำหรับผู้ประกอบการ

 

ตรวจความพร้อมของผู้ผลิต

 ควรตรวจว่าโรงงานสามารถจัดส่งเอกสารด้านสูตร การผลิต การควบคุมคุณภาพ และข้อมูลสนับสนุนที่จำเป็นได้หรือไม่ อย่าประเมินความพร้อมจากการมีตัวอย่างสินค้าหรือแคตตาล็อกเท่านั้น

 

ตรวจฉลาก เอกสารกำกับยา และแผนการสื่อสาร

 ข้อมูลที่ใช้กับผลิตภัณฑ์และข้อความที่ใช้โฆษณาต้องตรวจสอบตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง การได้รับทะเบียนตำรับยาไม่ใช่การอนุญาตให้ใช้ข้อความโฆษณาได้ทุกแบบ

 หากกำลังติดต่อโรงงานต่างประเทศ ควรตรวจความพร้อมของเอกสารก่อนตกลงสั่งซื้อเชิงพาณิชย์จำนวนมาก

 

ข้อมูลที่ควรส่งเพื่อประเมินงานผลิตภัณฑ์ยา

 เพื่อให้กำหนดขอบเขตงานได้ตรงกับโครงการ กรุณาเตรียมข้อมูลเท่าที่มีดังนี้

 

  • ชื่อผลิตภัณฑ์และชื่อทางการค้า
  • ตัวยาสำคัญ ความแรง และสูตรส่วนประกอบ
  • รูปแบบยาและขนาดบรรจุ
  • ข้อบ่งใช้และวิธีใช้ที่เสนอ
  • ชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต และประเทศต้นทาง
  • สถานะการอนุญาตหรือทะเบียนในต่างประเทศ หากมี
  • รายการเอกสารด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผลที่มีอยู่
  • สถานะใบอนุญาตของผู้ประกอบการในประเทศไทย
  • จำนวนผลิตภัณฑ์และงานที่ต้องการให้ดูแล
  • กำหนดการและงบประมาณที่วางไว้

 

ข้อมูลนี้ใช้สำหรับเริ่มประเมิน ไม่ใช่รายการเอกสารบังคับที่เหมือนกันทุกคำขอ หากยังไม่แน่ใจว่าต้องขออะไรจากผู้ผลิต สามารถแจ้งรายการเอกสารที่มีอยู่ก่อน เพื่อพิจารณาขั้นตอนต่อไป

 

ค่าบริการและระยะเวลาขึ้นทะเบียนยาประเมินอย่างไร?

 ค่าบริการและระยะเวลาขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์ แนวทางคำขอ ความพร้อมของข้อมูล จำนวนตำรับ และงานที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม

 ก่อนว่าจ้าง ควรตรวจสอบว่าใบเสนอราคาครอบคลุมส่วนใด เช่น

 

  • งานประเมินเอกสารและกำหนดขอบเขตคำขอ
  • งานจัดเตรียมและประสานเอกสาร
  • ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง
  • ค่าแปล ค่าทดสอบ หรือค่าใช้จ่ายภายนอก หากมี
  • งานตอบข้อซักถามหรือจัดส่งข้อมูลเพิ่มเติม
  • เงื่อนไขเมื่อเปลี่ยนสูตร ผู้ผลิต หรือเพิ่มผลิตภัณฑ์

 การเสนอราคาจากข้อมูลจริงช่วยให้วางงบประมาณได้ชัดกว่าการใช้ราคาเดียวกับยาทุกชนิด

 ระยะเวลาเตรียมเอกสารและระยะเวลาพิจารณาของหน่วยงานเป็นคนละส่วน ผลอนุมัติและวันอนุมัติไม่สามารถรับประกันแทนหน่วยงานได้

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยา

ยามีกี่ประเภท?

 

ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้แบ่ง เช่น การควบคุมการจำหน่าย รูปแบบยา หรือแนวทางทะเบียน จึงควรระบุว่าต้องการทราบประเภทเพื่อใช้ตัดสินใจเรื่องใด ไม่ควรนำทุกเกณฑ์มารวมเป็นรายการเดียวกัน

 

ยาสามัญกับยาสามัญประจำบ้านเหมือนกันหรือไม่?

 ไม่เหมือนกัน “ยาสามัญ” ในบริบทการพัฒนาหรือขึ้นทะเบียนยาหมายถึง generic drug ส่วน “ยาสามัญประจำบ้าน” เป็นสถานะตามประกาศและเงื่อนไขที่กำหนด ยาสามัญจึงไม่ได้เป็นยาสามัญประจำบ้านทุกตำรับ ควรตรวจสอบตาม แนวทางทะเบียนยาสามัญของกองยา และประกาศที่เกี่ยวข้อง

 

มีทะเบียนยาในต่างประเทศแล้ว นำมาขายในประเทศไทยได้ทันทีหรือไม่?

 ไม่ควรถือว่าทะเบียนต่างประเทศใช้แทนการดำเนินการในประเทศไทยได้ ต้องตรวจข้อกำหนดของผู้นำเข้า ผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมที่ต้องการทำก่อน เอกสารต่างประเทศอาจเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลประกอบ แต่ไม่ได้แทนการอนุญาตที่จำเป็นทั้งหมด

 

ยาสำหรับสัตว์อยู่ในความหมายของยาด้วยหรือไม่?

 อยู่ในขอบเขตนิยามยาได้ เนื่องจากนิยามครอบคลุมการใช้กับคนหรือสัตว์ แต่ต้องประเมินผลิตภัณฑ์และแนวทางทะเบียนที่เกี่ยวข้องเป็นรายกรณี ไม่ใช้เอกสารหรือข้อบ่งใช้ของยาสำหรับคนแทนโดยอัตโนมัติ

 

มีเพียงชื่อสินค้าและแคตตาล็อก ขอประเมินได้ไหม?

 ส่งมาเริ่มหารือได้ แต่การกำหนดประเภทงานและใบเสนอราคาที่ชัดเจนอาจต้องมีสูตร ความแรง ข้อบ่งใช้ และข้อมูลผู้ผลิตเพิ่มเติม

 

เริ่มจากขอใบเสนอราคาได้อย่างไร?

 ส่งข้อมูลผลิตภัณฑ์ พร้อมแจ้งว่าต้องการผลิตในประเทศไทย นำเข้า หรือประเมินเอกสารเดิม ทีมงานจะใช้ข้อมูลดังกล่าวพิจารณาขอบเขตบริการก่อนเสนอราคา

 

วางแผนธุรกิจผลิตภัณฑ์ยาให้ชัด ก่อนลงทุนขั้นต่อไป

 หากคุณมีผลิตภัณฑ์อยู่ระหว่างพัฒนา กำลังเลือกผู้ผลิต หรือได้รับข้อเสนอจากโรงงานต่างประเทศ ขั้นตอนถัดไปคือการตรวจว่าข้อมูลพร้อมเพียงใด และมีงานใดต้องดำเนินการก่อนเข้าสู่ตลาดประเทศไทย

 

บริษัท สำนักกฎหมาย ซีเอ็มที รับขึ้นทะเบียนอาหารและยา จำกัด พร้อมรับข้อมูลเพื่อประเมินขอบเขตบริการด้านเอกสารและการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการของคุณ โดยกำหนดหน้าที่ ค่าใช้จ่าย และผลส่งมอบตามข้อตกลงก่อนเริ่มงาน

 

ส่งรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพื่อขอประเมินงานและใบเสนอราคาได้วันนี้

 

คัดลอกข้อความนี้ส่งทาง LINE ได้ทันที:

 

“ต้องการประเมินงานผลิตภัณฑ์ยาครับ/ค่ะ ชื่อผลิตภัณฑ์…… ตัวยาสำคัญและความแรง…… รูปแบบยา…… ผลิตในไทย/นำเข้าจาก…… มีเอกสาร…… และต้องการให้ช่วยเรื่อง……”

 

Meedee Group

บริษัท สำนักกฎหมาย ซีเอ็มที รับขึ้นทะเบียนอาหารและยา จำกัด

 

โทร: 083-492-5816

LINE: @436ebwtc

อีเมล: cmtlaw49@gmail.com

อีเมลสำรอง: toebkk@hotmail.com

 

ติดต่อเราเพื่อขอประเมินงานและใบเสนอราคา

 

บริการด้วยใจ ใส่ใจในทุกรายละเอียด — เริ่มจากการจัดประเภทให้ถูกต้อง และเตรียมข้อมูลให้ตรงกับงาน

 

บทความนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบการ การจัดประเภทและข้อกำหนดของแต่ละผลิตภัณฑ์ต้องตรวจสอบจากรายละเอียดจริงและกฎหมายที่มีผลในวันที่ดำเนินการ