จัดประเภทความเสี่ยง เครื่องมือแพทย์ บริการด้วยใจ ใส่ใจในทุกรายละเอียด โทร : 083-492-5816 ,Line : @436ebwtc หรือ Email: cmtlaw49@gmail.com หรือที่ Email : toebkk@hotmail.com
ให้บริการ ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ตามประเภทความเสี่ยง จัดคลาสความเสี่ยงของเครื่องมือแพทย์ ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ฟาสแทร็ก ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ประเภทความเสี่ยงที่ 1 Class 1 /Class 2
Class 3 และคลาส 4 หลักเกณ์ที่ 1 ถึง หลักเกณฑ์ที่ 16
Non-IVD
1. เครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้รุกล้ำเข้าไปในร่างกาย (Non-Invasive Medical Device)
2. เครื่องมือแพทย์ที่รุกล้ำเข้าไปในร่างกาย (Invasive Medical Device)
3. เครื่องมือแพทย์ที่มีกำลัง (Active Medical Device)
4. หลักเกณฑ์เพิ่มเติม (Additional Rule) เช่น เครื่องมือแพทย์ที่มุ่งหมายเพื่อการคุมกำเนิด หรือป้องกันโรคติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์
IVD เครื่องมือแพทย์สำหรับการวิจิจฉัยภายนอกร่างกาย เช่น ชุดทดสอบระดับกลูโคส ชุดทดสอบการตั้งครรภ์ น้ำยาหรือสารที่มีลักษณ์ความมุ่งหมายเพื่อใช้ในกระบวนการตรวจวินิจฉัย
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการแสดงฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์
เครื่องมือแพทย์ที่ใช้โดยบุคคลทั่วไป (Home use medical device) หมายความว่า เครื่องมือแพทย์ที่มีจุดมุ่งหมายให้สามารถนำไปใช้ได้โดยบุคคลทั่วไป ณ สถานที่ซึ่งไม่มีลักษณะ หรือสภาพแวดล้อมเป็นสถานพยาบาล เช่น บ้านพักอาศัย หรือเครื่องมือแพทย์ที่บุคคลากรทางการแพทย์สั่งใช้สำหรับผู้ป่วยหรือสัตว์ป่วยนอกสถานพยาบาล และให้รวมถึงเครื่องมือแพทย์ที่มีจุดมุ่งหมายให้ใช้ทั้งในและนอกสถานพยาบาล
เครื่องมือแพทย์สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข (Professional use medical device) หมายความว่า เครื่องมือแพทย์ที่ไม่ใช้โดยบุคคลทั่วไป โดยมีจุดมุ่งหมายให้ใช้เฉพาะผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข หรือภายใต้การกำกับดูแลของผู้ประกอบการวิชาชีพแพทย์และสาธารณสุข หรือภายใต้การกำกับดูแลของผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข
ให้ผู้จดทะเบียนสถานประกอบการ ผู้รับอนุญาต ผู้แจ้งรายการละเอียด หรือผู้จดแจ้งซึ่งผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ จัดให้มีฉลากเครื่องมือแพทย์ เอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ ซึ่งสามารถเห็นได้ชัดเจน ทั้งนี้ การแสดงข้อความต้องไม่เป็นเท็จหรือเกินความจริง หรือมีลักษณะโอ้อวดสรรพคุณหรือทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ
การแสดงฉลากเครื่องมือแพทย์ที่ต้องได้รับอนุญาต แจ้งรายการละเอียด หรือจดแจ้ง ให้ปฏิบัติ ดังนี้
1. เครื่องมือแพทย์ที่ใช้โดยบุคคลทั่วไป ต้องมีฉลากเป็นภาษาไทยที่อ่านได้ชัดเจน
2. เครื่องมือแพทย์สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขต้องมีฉลากภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษอ่านได้ชัดเจน
ฉลากเครื่องมือแพทย์ตาม 1. และ 2. จะมีภาษาอื่นด้วยก็ได้ แต่ข้อความภาษาอื่นนั้นต้องมีความหมายไม่ขัดหรือแย้งกับข้อความภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ
3. ให้แสดงฉลากไว้ที่เครื่องมือแพทย์ หรือภาชนะบรรจุเครื่องมือแพทย์ ในบริเวณที่เห็นได้โดยง่าย และสามารถอ่านได้ชัดเจน โดยอย่างน้อยต้องแสดงรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(ก) ชื่อผลิตภัณฑ์
(ข) รายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็น ส่วนประกอบสำคัญ หลักการทำงาน ประเภท ชนิด
(ค) วัตถุประสงค์การใช้หรือข้อบ่งใช้
(ง) จำนวน ปริมาณบรรจุหรือปริมาณที่สามารถบรรจุ
(จ) วิธีการใช้ ยกเว้นกรณีที่เครื่องมือแพทย์มีความชัดเจนในการใช้งานอยู่แล้ว
(ฉ) ชื่อและที่ตั้งของสถานที่ผลิต หรือสถานที่นำเข้า ในกรณีเป็นผู้นำเข้าให้แสดงชื่อสถานที่ผลิต เมือง และประเทศที่ผลิต หากไม่แสดงชื่อสถานที่และเมืองของผู้ผลิตให้แสดงชื่อเจ้าของผลิตภัณฑ์ เมือง ประเทศเจ้าของผลิตภัณฑ์ และประเทศผู้ผลิตแทน
(ช) เลขที่ใบอนุญาต ใบรับแจ้งรายการละเอียด หรือใบรับแจ้ง
(ซ) ชื่อ ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ หรือช่องทางการติดต่อ กรณีต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือร้องเรียน
(ฌ) เลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิต หรือรุ่นที่ผลิต หรือรหัสประจำเครื่อง (Serial number)
(ญ) เดือน ปี หรือปี เดือน ที่ผลิตหรือหมดอายุ โดยแสดงปีด้วยเลข 4 หลัก กรณีเครื่องมือแพทย์มีการกำหนดอายุการใช้งานให้แสดงเดือน ปี หรือปี เดือน ที่หมดอายุด้วย
(ฎ) วิธีการเก็บรักษา
(ฏ) คำเตือน ข้อห้ามใช้ หรือข้อควรระวัง หรือให้การใช้เครื่องมือแพทย์ เกิดความปลอดภัย (ในกรณีที่มี)
การแสดงข้อความใน (ค) (จ) (ซ) (ฎ) และ (ฏ) หากไม่สามารถแสดงบนฉลากได้ ให้แสดงไว้ในเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์แทน
การแสดงฉลากเครื่องมือแพทย์สำหรับเครื่องมือแพทย์ที่ใช้โดยบุคคลทั่วไปตาม (ฌ) สามารถแสดงเป็นภาษาอังกฤษหรือตัวย่อภาษาอังกฤษก็ได้
การแสดงฉลากเครื่องมือแพทย์สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขตาม (ฌ) และ (ญ) สามารแสดงเป็นภาษษอังกฤษหรือตัวย่อภาษาอังกฤษได้
การแสดงฉลากเครื่องมือแพทย์สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข ถ้ามีการใช้ตัวย่อภาษาอังกฤษหรือัญลักษณ์กำกับแทนข้อความ ต้องอธิบายความหมายหรือตัวย่อ หรือสัญลักษณ์นั้นเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษไว้ในฉลากหรือเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ด้วย
4. การแสดงเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์สำหรับเครื่องมือแพทย์สำหรับเครื่องมือแพทย์ที่ใช้โดยบุคคลทั่วไป (Home use medical device) ให้ใช้ข้อความภาษาไทย ทั้งนี้ จะมีภาษาอื่นด้วยก็ได้ แต่ข้อความภาษาอื่นนั้นต้องมีความหมายไม่ขัดหรือแย้งกับข้อความภาษาไทย โดยแสดงรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
(1) ชื่อผลิตภัณฑ์
(2) รายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็น เช่น ส่วนประกอบสำคัญ หลักการทำงาน ประเภท ชนิด
(3) วัตถุประสงค์ในการใช้
(4) จำนวน ปริมาณการบรรจุ หรือปริมาณที่สามารถบรรจุ แล้วแต่กรณี
(5) ชื่อและที่ตั้งของสถานที่ผลิต หรือสถานที่นำเข้า แล้วแต่กรณี ในกรณีเป็นผู้นำเข้าให้แสดงชื่อสถานที่ผลิต เมือง และประเทศที่ผลิตด้วย หากไม่แสดงชื่อสถานที่และเมืองของผู้ผลิตให้แสดงชื่อเจ้าของผลิตภัณฑ์ เมือง ประเทศเจ้าของผลิตภัณฑ์ และประเทศผู้ผลิตแทน
(6) ข้อบ่งใช้ วิธีการใช้ คำแนะนำาการใช้
(7) วิธีการเก็บรักษา
(8) คำเตือน ข้อห้ามใช้ หรือข้อควรระวัง เพื่อให้การใช้เครื่องมือแพทย์เกิดความปลอดภัย (ในกรณีที่มี)
(9) เดือนปีที่ออกหรือแก้ไขครั้งล่าสุดของเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์หรือรหัสควบคุมเอกสารที่เป็นปัจจุบัน
กรณีมีการแสดงข้อความใน (5) หรือ (7) ไว้บนฉลาก ไม่ต้องแสดงรายละเอียดในเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ก็ได้
กรณีมีการแสดงข้อความใน (1) ถึง (8) ไว้บนฉลากครบถ้วนแล้ว ให้ถือว่าได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดทำเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์
เครื่องมือแพทย์สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข อย่างน้อยต้องมีเอกสารกำกับเครื่องมือแแพทย์ภาษาอังกฤษที่อ่านได้ชัดเจน
(๑) เครื่องมือแพทย์ เครื่องใช้เครื่องกล วัตถุที่ใช้ใส่เข้าไปในร่างกาย น้ำยาที่ใช้ตรวจในหรือนอกห้องปฏิบัติการ ผลิตภัณฑ์ ซอฟแวร์ หรือวัตถุอื่นใด ที่ผู้ผลิตหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์มุ่งหมายเฉพาะสำหรับใช้อย่างหนึ่งอย่างใดกับมนุษย์หรือสตว์ดังต่อไปนี้ไม่ว่าจะใช้โดยลำพัง ใช้ร่วมกัน หรือใช้ประกอบกับสิ่งอื่นใด
(ก) วินิจฉัย ป้องกัน ติดตาม บำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค
(ข) วินิจฉัย ติดตาม บำบัด บรรเทา หรือรักษาการบาดเจ็บ
(ค) ตรวจสอบ ทดแทน แก้ไข ดัดแปลง พยุง ค้ำ หรือจุนด้านกายวิภาคหรือกระบวนการทางสรีระของร่างกาย
(ง) ประคับประคองหรือช่วยชีวิต
(จ) คุมกำเนิดหรือช่วยการเจริญพันธุ์
(ฉ) ช่วยเหลือหรือช่วยชดเชยความทุพพลภาพหรือพิการ
(ช) ให้ข้อมูลจากการตรวจสิ่งส่งตรวจจากร่างกาย เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์หรือการวินิจฉัย
(ซ) ทำลายหรือฆ่าเชื้อสำหรับเครื่องมือแพทย์
(๒) อุปกรณ์เสริมสำหรับใช้ร่วมกับเครื่องมือแพทย์
(๓) เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องกล ผลิตภัณฑ์ หรือวัตถุอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดว่าเป็นเครื่องมือแพทย์
ผลสัมฤทธิ์ตามความมุ่งหมายของสิ่งที่กล่าวถึงตาม (๑) ซึ่งเกิดขึ้นในร่างกายมนุษย์หรือสัตว์ต้องไม่เกิดจากกระบวนการทางเภสัชวิทยา วิทยาภูมิคุ้มกัน หรือปฏิกิริยาเผาผลาญให้เกิดพลังงานเป็นหลัก
“ผลิต” หมายความว่าทำ ประกอบ ประดิษฐ์ แบ่งบรรจุ รวมบรรจุ ปรับปรุงแปรสภาพ ดัดแปลง หรือทำให้ปราศจากเชื้อ
“ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน ให้ยืม ให้เช่า ให้เช่าซื้อหรือโอนสิทธิหรือการครอบครองให้แก่บุคคลอื่น ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในทางการค้ำและให้หมายความรวมถึงการมีไว้เพื่อขายด้วย
“การนำเข้า” หมายความว่า นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร
“ส่งออก” หมายความว่า นำหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร
“ฉลาก” หมายความว่า ข้อความใด ๆ ซึ่งแสดงไว้ที่เครื่องมือแพทย์ ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุเครื่องมือแพทย์
“เอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์” หมายความว่ากระดาษหรือวัตถุอื่นใดที่ทำให้ปรากฏความหมายด้วยข้อความใด ๆ อันเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ ซึ่งสอดแทรกหรือรวมไว้กับภาชนะหรือหีบห่อที่บรรจุเครื่องมือแพทย์นั้น และให้หมายความรวมถึงคู่มือการใช้เครื่องมือแพทย์นั้นด้วย “ข้อความ” หมายความรวมถึงกำรกระทำให้ปรากฏด้วยตัวอักษร รูป รอยประดิษฐ์ภาพ ภาพยนตร์ แสง เสียง เครื่องหมายหรือการกระทำอย่างใด ๆ ที่ทำให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าใจความหมายได้ “โฆษณา” หมายความว่า การกระทำไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ ให้ประชาชนเห็น ได้ยินหรือทราบข้อความเพื่อประโยชน์ในทางการค้า และให้หมายความรวมถึงการส่งเสริมการขายด้วย๓มาตรา ๔ นิยมคำว่า “อุปกรณ์เสริม” เพิ่มโดยพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ (ฉบับที่ ๒)
“การส่งเสริมการขาย” หมายความว่า การให้ข้อมูล การชักชวน หรือการกระทำโดยวิธีใด ๆ เพื่อชักนำให้เกิดการขาย
“สถานพยาบาล” หมายความว่า สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลและสถานพยาบาลสัตว์ตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลสัตว์ และให้หมายความรวมถึงสถานพยาบาลและสถานพยาบาลสัตว์ของหน่วยงานของรัฐด้วย
“ผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข” หมายความว่า ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง ผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ หรือผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุขอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
“ผู้รับอนุญาต” หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งนิติบุคคลแต่งตั้งหรือมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินกิจการด้วย
“ผู้แจ้งรายการละเอียด” หมายความว่า ผู้ได้รับใบรับแจ้งรายการละเอียดตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ได้รับใบรับแจ้งรำยกำรละเอียดให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งนิติบุคคลแต่งตั้งหรือมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินกิจการด้วย
“ผู้จดแจ้ง”หมายความว่า ผู้ได้รับใบรับจดแจ้งตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ได้รับใบรับจดแจ้งให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งนิติบุคคลแต่งตั้งหรือมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินกิจการด้วย
“ผู้จดทะเบียนสถานประกอบการ” หมายความว่า ผู้ได้รับใบจดทะเบียนสถานประกอบการตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ได้รับใบจดทะเบียนสถานประกอบกำรให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งนิติบุคคลแต่งตั้งหรือมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินกิจการด้วย
“ผู้อนุญาต” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือผู้ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยามอบหมาย
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการเครื่องมือแพทย์
“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการเครื่องมือแพทย์
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ
“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา
“รัฐมนตรี” หมายความว่ารัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
จัดประเภทความเสี่ยงเครื่องมือแพทย์ Class 1–4 ก่อนผลิต นำเข้า และขึ้นทะเบียนกับ อย.
รู้ประเภทความเสี่ยงให้ชัด ก่อนวางแผนเอกสาร งบประมาณ และกำหนดเปิดตัวเครื่องมือแพทย์ของคุณ
คุณกำลังเตรียมนำเข้าเครื่องมือแพทย์ พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือได้รับเอกสารจากโรงงานต่างประเทศ แต่ยังไม่แน่ใจว่าสินค้าอยู่ใน Class ใด ต้องจดแจ้ง แจ้งรายการละเอียด หรือขออนุญาต?
Meedee Group โดยบริษัท สำนักกฎหมาย ซีเอ็มที รับขึ้นทะเบียนอาหารและยา จำกัด พร้อมรับข้อมูลเพื่อประเมินงานด้านการจัดประเภทความเสี่ยง การจัดกลุ่ม และการเตรียมเอกสารเครื่องมือแพทย์ตามขอบเขตบริการที่ตกลง
เริ่มต้นด้วยการส่งชื่อสินค้า รุ่น แคตตาล็อก และวัตถุประสงค์การใช้ เพื่อขอประเมินขอบเขตงานและใบเสนอราคา
โทร: 083-492-5816
LINE: @436ebwtc
อีเมล: cmtlaw49@gmail.com
การจัดประเภทความเสี่ยงเครื่องมือแพทย์คืออะไร?
การจัดประเภทความเสี่ยงเครื่องมือแพทย์ หรือ Medical Device Risk Classification คือการพิจารณาผลิตภัณฑ์ตามหลักเกณฑ์ความเสี่ยง เพื่อกำหนดประเภทที่เกี่ยวข้องกับแนวทางขึ้นทะเบียนและเอกสารประกอบคำขอ
ประเทศไทยแบ่งเครื่องมือแพทย์ตามความเสี่ยงเป็น 4 ประเภท ตั้งแต่ประเภทที่ 1 ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำ ไปจนถึงประเภทที่ 4 ซึ่งมีความเสี่ยงสูง โดยต้องใช้หลักเกณฑ์ที่ตรงกับลักษณะและวัตถุประสงค์การใช้ของผลิตภัณฑ์ ไม่ตัดสินจากชื่อสินค้า ราคา หรือรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว
ผู้ประกอบการตรวจสอบแนวทางและช่องทางดำเนินการได้จาก กองควบคุมเครื่องมือแพทย์: การจัดประเภทความเสี่ยง
เครื่องมือแพทย์ Class 1–4 ต่างกันอย่างไร?
ตารางต่อไปนี้สรุปแนวทางทั่วไปสำหรับการทำความเข้าใจเบื้องต้น โดยต้องตรวจประกาศเฉพาะและเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์จริงก่อนยื่นคำขอ
- ประเภทความเสี่ยง ระดับความเสี่ยง แนวทางดำเนินการโดยทั่วไป
- ประเภทที่ 1 หรือ Class 1 ต่ำ จดแจ้ง
- ประเภทที่ 2 หรือ Class 2 ปานกลางระดับต่ำ แจ้งรายการละเอียด
- ประเภทที่ 3 หรือ Class 3 ปานกลางระดับสูง แจ้งรายการละเอียด
- ประเภทที่ 4 หรือ Class 4 สูง ขออนุญาต
แม้ประเภทที่ 2 และ 3 อยู่ในแนวทางแจ้งรายการละเอียดเหมือนกัน ก็ไม่ควรสรุปว่ารายการเอกสารหรือภาระการประเมินเหมือนกันทุกผลิตภัณฑ์ ต้องพิจารณาคุณลักษณะ เทคโนโลยี และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม อ้างอิงแนวทางประเภทความเสี่ยงและการยื่นคำขอจาก อย.
ความเสี่ยงต่ำไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องดำเนินการใด ๆ และระดับความเสี่ยงสูงไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีคุณภาพต่ำ การจัดประเภทเป็นเรื่องระดับการกำกับดูแลตามลักษณะการใช้งาน
ก่อนจัด Class ต้องทราบก่อนว่าสินค้าเป็นเครื่องมือแพทย์หรือไม่
การวินิจฉัยประเภทผลิตภัณฑ์กับการจัดระดับความเสี่ยงเป็นคนละคำถาม
การวินิจฉัยผลิตภัณฑ์: สินค้านี้เข้าข่ายเครื่องมือแพทย์หรือผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น?
การจัดประเภทความเสี่ยง: เมื่อเข้าข่ายเครื่องมือแพทย์แล้ว ต้องอยู่ในประเภทความเสี่ยงใด?
การจัดกลุ่ม: สินค้า รุ่น หรือองค์ประกอบใดสามารถยื่นรวมกันตามหลักเกณฑ์ได้?
ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์ที่ใช้ในคลินิกหรือสินค้าที่มีคำว่า “เพื่อสุขภาพ” ไม่ควรถูกสรุปว่าเป็นเครื่องมือแพทย์จากสถานที่ใช้งานหรือชื่อการตลาดเพียงอย่างเดียว ต้องตรวจวัตถุประสงค์และรายละเอียดผลิตภัณฑ์ประกอบ
อย. แยกช่องทางงานวินิจฉัย งานจัดประเภทและจัดกลุ่ม และงานขึ้นทะเบียนไว้ต่างหาก ผู้ประกอบการจึงควรเลือกขั้นตอนให้ตรงกับประเด็นที่ต้องการตรวจสอบ ช่องทางงานผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ของ อย.
ข้อมูลอะไรมีผลต่อการจัดประเภทความเสี่ยง?
การประเมินต้องใช้ข้อมูลจากผู้ผลิตที่สอดคล้องกัน โดยประเด็นสำคัญที่ควรเตรียมให้ชัดเจน ได้แก่
วัตถุประสงค์การใช้ หรือ Intended Use
สินค้าตั้งใจใช้เพื่ออะไร ใช้กับใคร และในสถานการณ์ใด ข้อมูลนี้ควรสอดคล้องกับฉลาก คู่มือ และเอกสารทางเทคนิค
คำอธิบายสั้น ๆ เช่น “ใช้ตรวจสุขภาพ” หรือ “ใช้รักษา” อาจยังไม่เพียงพอ ต้องมีรายละเอียดให้เข้าใจหน้าที่ของผลิตภัณฑจริง
ลักษณะการสัมผัสหรือเข้าสู่ร่างกาย
ควรระบุว่าสินค้าใช้ภายนอก สัมผัสส่วนใดของร่างกาย มีการสอดใส่หรือฝังในร่างกายหรือไม่ รวมถึงรายละเอียดการใช้งานที่เกี่ยวข้อง
ระยะเวลาการใช้งาน
ต้องทราบลักษณะและระยะเวลาที่ผลิตภัณฑ์สัมผัสหรือใช้งานกับร่างกายตามวัตถุประสงค์ที่ผู้ผลิตกำหนด เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์ที่ใช้กับผลิตภัณฑ์นั้น
หลักการทำงานและแหล่งพลังงาน
ควรมีข้อมูลว่าผลิตภัณฑ์ทำงานอย่างไร ใช้พลังงานหรือมีซอฟต์แวร์เกี่ยวข้องหรือไม่ และทำหน้าที่วินิจฉัย เฝ้าติดตาม หรือรักษาในลักษณะใด
กรณีเป็นเครื่องมือแพทย์สำหรับวินิจฉัยภายนอกร่างกาย หรือ IVD
ควรระบุสิ่งที่ตรวจ ชนิดตัวอย่าง วัตถุประสงค์ของผลตรวจ ผู้ใช้งาน และผลกระทบจากผลตรวจที่คลาดเคลื่อน เพื่อใช้พิจารณาตามเกณฑ์ IVD โดยเฉพาะ
ประเด็นเหล่านี้เป็นรายการเตรียมข้อมูล ไม่ใช่แบบประเมินที่ใช้แทนหลักเกณฑ์จัดประเภทฉบับเต็ม ควรตรวจหลักเกณฑ์ผ่าน หน้ารวมข้อมูลการจัดประเภทความเสี่ยงของ อย.
เครื่องมือแพทย์ทั่วไปกับ IVD ใช้เกณฑ์เดียวกันหรือไม่?
ไม่ควรนำเกณฑ์ของเครื่องมือแพทย์ทั่วไปไปใช้กับ IVD โดยอัตโนมัติ เพราะลักษณะการใช้งานและความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาแตกต่างกัน
สำหรับ IVD การเตรียมข้อมูลควรอธิบายให้ชัดว่าตรวจอะไร ใช้ผลตรวจเพื่ออะไร และใช้โดยบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ใช้ทั่วไป ส่วนการจัดกลุ่มต้องพิจารณาตามเงื่อนไขเฉพาะของผลิตภัณฑ์ด้วย รายละเอียดงาน IVD จากกองควบคุมเครื่องมือแพทย์
หากโครงการมีทั้งอุปกรณ์ เครื่องอ่าน น้ำยา และซอฟต์แวร์ ควรส่งรายละเอียดของทุกส่วน ไม่ส่งเฉพาะรายการหลัก เพราะความสัมพันธ์ระหว่างส่วนประกอบอาจเกี่ยวข้องกับแนวทางจัดกลุ่มและยื่นคำขอ
การจัดประเภทความเสี่ยงกับการจัดกลุ่ม ต่างกันอย่างไร?
ประเด็น การจัดประเภทความเสี่ยง การจัดกลุ่มเครื่องมือแพทย์
คำถามหลัก ผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับความเสี่ยงใด? รายการใดสามารถยื่นรวมกันได้?
ข้อมูลสำคัญ วัตถุประสงค์ ลักษณะการใช้ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ผู้ผลิต รุ่น ความสัมพันธ์ และเงื่อนไขของกลุ่ม
ผลต่อแผนงานแนวทางคำขอและข้อมูลที่ต้องเตรียม จำนวนคำขอและการจัดชุดเอกสาร
สินค้าจากโรงงานเดียวกันไม่ได้หมายความว่าจะยื่นรวมกันได้ทั้งหมด และสินค้าที่มีชื่อคล้ายกันก็อาจมีรายละเอียดต่างกันจนต้องพิจารณาแยก
หากมีหลายรุ่น ควรทำตารางเปรียบเทียบคุณลักษณะและวัตถุประสงค์การใช้ก่อนประเมินงาน เพื่อให้เห็นความเหมือนและความต่างอย่างชัดเจน
มี Class จากต่างประเทศแล้ว ใช้ในประเทศไทยได้ทันทีหรือไม่?
ไม่ควรนำชื่อ Class จากต่างประเทศมาเทียบกับประเภทของไทยโดยตรง เพราะระบบและหลักเกณฑ์ของแต่ละประเทศอาจแตกต่างกัน
เอกสารจากผู้ผลิตหรือหน่วยงานต่างประเทศเป็นข้อมูลประกอบที่มีประโยชน์ แต่ควรตรวจว่า
เป็นผลิตภัณฑ์และรุ่นเดียวกับที่จะผลิตหรือนำเข้าหรือไม่
วัตถุประสงค์การใช้ตรงกันหรือไม่
ผู้ผลิตใช้หลักเกณฑ์ใดในการจัดประเภท
เมื่อนำมาพิจารณาตามเกณฑ์ไทยแล้ว มีเหตุผลรองรับประเภทที่เสนออย่างไร
ก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ ควรขอคู่มือ ฉลาก และเอกสารทางเทคนิคจากผู้ผลิตให้พร้อมสำหรับตรวจสอบ
เอกสารที่ควรส่งเพื่อประเมินการจัดประเภทความเสี่ยง
เพื่อเริ่มประเมินงาน กรุณาจัดเตรียมข้อมูลเท่าที่มีดังต่อไปนี้
ชื่อผลิตภัณฑ์ ยี่ห้อ รุ่น และรหัสสินค้า
ชื่อผู้ผลิตและประเทศที่ผลิต
รูปสินค้าและแคตตาล็อก
วัตถุประสงค์การใช้และข้อบ่งใช้
คู่มือการใช้งาน หรือ Instructions for Use: IFU
ฉลากและข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์
รายละเอียดหลักการทำงาน วัสดุ และคุณลักษณะทางเทคนิค
ข้อมูลการสัมผัสร่างกายและระยะเวลาการใช้ หากเกี่ยวข้อง
ข้อมูล Class และเหตุผลการจัดประเภทจากผู้ผลิต หากมี
รายการรุ่น อุปกรณ์ประกอบ และความแตกต่างระหว่างรายการ
หนังสือวินิจฉัยหรือผลการดำเนินงานเดิม หากมี
สำหรับ IVD ควรแนบข้อมูลชนิดตัวอย่าง สิ่งที่ตรวจ กลุ่มผู้ใช้งาน และวัตถุประสงค์ของผลตรวจเพิ่มเติม
รายการนี้ใช้เริ่มประเมินขอบเขตงาน ไม่ใช่รายการเอกสารทางการที่ครบถ้วนสำหรับทุกคำขอ
ผลประเมินเบื้องต้นกับหนังสือรับรองจาก อย. ต่างกันอย่างไร?
การประเมินเบื้องต้นช่วยวางแผนงานและตรวจข้อมูล แต่ไม่ใช่หนังสือรับรองจากหน่วยงานรัฐ
อย. ระบุว่าโปรแกรมตรวจสอบประเภทความเสี่ยงด้วยตนเองใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้เป็นเอกสารยืนยันหรืออ้างอิงในการขึ้นทะเบียนได้ และมีช่องทางสำหรับยื่นขอหนังสือรับรองการจัดประเภทความเสี่ยงและการจัดกลุ่มแยกต่างหาก ตรวจสอบคำชี้แจงและช่องทางของ อย.
ก่อนว่าจ้างจึงควรระบุให้ชัดว่า ต้องการเพียงประเมินเอกสาร จัดทำเหตุผลประกอบ หรือดำเนินงานเกี่ยวกับคำขอหนังสือรับรองตามกรณี
บริการนี้เหมาะกับใคร?
ผู้นำเข้ารายใหม่
มีสินค้าจากต่างประเทศ แต่ต้องการทราบแนวทางดำเนินงานในไทยก่อนสั่งซื้อ
ผู้ผลิตและผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์
ต้องการวางแผนเอกสารและตรวจประเภทความเสี่ยงตั้งแต่ช่วงพัฒนา
บริษัทที่มีสินค้าหลายรุ่น
ต้องการประเมินความแตกต่างและแนวทางจัดกลุ่มก่อนกำหนดจำนวนคำขอ
ผู้ประกอบการที่มีข้อมูลไม่ตรงกัน
เช่น ฉลาก คู่มือ และแคตตาล็อกระบุวัตถุประสงค์ต่างกัน ต้องการตรวจประเด็นก่อนยื่นงาน
ผู้ที่ได้รับข้อซักถามหรือข้อแก้ไข
ต้องการนำเอกสารเดิมและประเด็นที่ได้รับมาให้ประเมินขอบเขตงานเพิ่มเติม
เริ่มต้นกับ บริษัท สำนักกฎหมาย ซีเอ็มที รับขึ้นทะเบียนอาหารและยา จำกัด ใน 4 ขั้นตอน
1. ส่งข้อมูลผลิตภัณฑ์
เริ่มจากชื่อสินค้า รุ่น คู่มือ และวัตถุประสงค์การใช้ พร้อมแจ้งว่าต้องการผลิตหรือนำเข้า
2. ประเมินข้อมูลที่มีและสิ่งที่ต้องเพิ่มเติม
ตรวจว่ารายละเอียดเพียงพอสำหรับกำหนดขอบเขตงานหรือไม่ และมีประเด็นใดต้องขอข้อมูลจากผู้ผลิตเพิ่มเติม
3. พิจารณาขอบเขตบริการและใบเสนอราคา
กำหนดให้ชัดว่าครอบคลุมงานประเมิน การจัดกลุ่ม เอกสารประกอบ หรือการดำเนินคำขอส่วนใด พร้อมเงื่อนไขและผลส่งมอบ
4. ดำเนินงานตามข้อตกลง
จัดเตรียมและประสานข้อมูลตามส่วนที่รับผิดชอบ โดยการออกหนังสือรับรองหรือการอนุญาตเป็นการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ค่าบริการและระยะเวลาดำเนินงาน
ค่าบริการขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ จำนวนรุ่น ความพร้อมของเอกสาร และขอบเขตที่ต้องการให้ดูแล
ก่อนเริ่มงาน ควรตรวจว่าใบเสนอราคารวมค่าธรรมเนียม ค่าแปล หรือค่าใช้จ่ายภายนอกใดแล้วหรือไม่ รวมถึงเงื่อนไขกรณีเพิ่มรุ่นหรือเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ภายหลัง
ระยะเวลาต้องแยกช่วงรวบรวมข้อมูลและจัดเตรียมเอกสารออกจากช่วงพิจารณาของหน่วยงาน จึงควรประเมินจากโครงการจริงก่อนกำหนดวันเปิดตัวสินค้า
คำถามที่พบบ่อย
มีแค่รูปสินค้า บอก Class ได้ไหม?
รูปช่วยเริ่มทำความเข้าใจสินค้าได้ แต่โดยทั่วไปยังไม่เพียงพอสำหรับสรุปประเภท ต้องมีวัตถุประสงค์การใช้และรายละเอียดทางเทคนิคประกอบ
สินค้าเหมือนคู่แข่ง ใช้ Class เดียวกันได้หรือไม่?
ไม่ควรสรุปจากความคล้ายภายนอก ต้องเปรียบเทียบวัตถุประสงค์ วิธีใช้ และคุณลักษณะที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์ก่อน
เปลี่ยนข้อความให้สินค้าดูเสี่ยงต่ำลงได้หรือไม่?
ไม่ควรปรับข้อความให้ขัดกับหน้าที่จริงของผลิตภัณฑ์ ข้อมูลในฉลาก คู่มือ และเอกสารต้องตรงกับการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนด หากมีการเปลี่ยนวัตถุประสงค์จริง ต้องประเมินผลต่อเอกสารและแนวทางดำเนินงานใหม่
มีหลายรุ่น ต้องแยกทุกคำขอหรือไม่?
ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์จัดกลุ่มและรายละเอียดแต่ละรุ่น บางรายการอาจรวมได้เมื่อเข้าเงื่อนไข แต่ไม่ควรสรุปจากการเป็นยี่ห้อเดียวกัน
จัดประเภทเสร็จแล้ว นำเข้าหรือขายได้เลยหรือไม่?
การจัดประเภทช่วยกำหนดแนวทางดำเนินงาน แต่ไม่ใช่การอนุญาตนำเข้าหรือจำหน่ายโดยตัวมันเอง ยังต้องตรวจข้อกำหนดด้านสถานประกอบการ ผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
รับประกันว่าจะได้ Class ตามที่ต้องการหรือไม่?
ไม่สามารถรับประกันได้ การจัดประเภทต้องเป็นไปตามข้อมูลจริงและหลักเกณฑ์ ไม่ใช่เลือกประเภทตามงบประมาณหรือความสะดวกในการยื่นคำขอ
รู้ Class ให้ชัด ก่อนวางงบและเดินหน้าโครงการ
หากคุณกำลังเตรียมผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ การตรวจประเภทความเสี่ยงและแนวทางจัดกลุ่มตั้งแต่ต้นช่วยให้เห็นงานที่ต้องทำ และขอข้อมูลจากผู้ผลิตได้ตรงประเด็นขึ้น
ส่งเอกสารให้ บริษัท สำนักกฎหมาย ซีเอ็มที รับขึ้นทะเบียนอาหารและยา จำกัด เพื่อขอประเมินขอบเขตงานและใบเสนอราคาได้วันนี้
คัดลอกข้อความนี้ส่งทาง LINE ได้ทันที:
“ต้องการประเมินการจัดประเภทความเสี่ยงเครื่องมือแพทย์ครับ/ค่ะ สินค้าคือ…… รุ่น…… ใช้สำหรับ…… ผลิตในไทย/นำเข้าจาก…… มีคู่มือและเอกสาร…… จำนวน……รุ่น และต้องการให้ช่วยเรื่อง……”
Meedee Group
บริษัท สำนักกฎหมาย ซีเอ็มที รับขึ้นทะเบียนอาหารและยา จำกัด
โทร: 083-492-5816
LINE: @436ebwtc
อีเมล: cmtlaw49@gmail.com
อีเมลสำรอง: toebkk@hotmail.com
ติดต่อเราเพื่อส่งข้อมูลและขอใบเสนอราคา
บริการด้วยใจ ใส่ใจในทุกรายละเอียด — เริ่มจากข้อมูลที่ครบ เพื่อกำหนดแนวทางเครื่องมือแพทย์ให้ตรงกับผลิตภัณฑ์ของคุณ
การจัดประเภทและการจัดกลุ่มต้องพิจารณาข้อมูลผลิตภัณฑ์จริงและหลักเกณฑ์ที่มีผลในวันที่ดำเนินการ
