สาระน่ารู้ บริการด้วยใจ ใส่ใจในทุกรายละเอียด โทร :  083-492-5816 Line OA: @436ebwtc Email: toebkk@hotmail.com

 ประเภทของผลิตภัณฑ์ที่ต้องขอขึ้นทะเบียน อย.

องค์การอาหารและยาควบคุมรายการผลิตภัณฑ์ทั้งผลิตหรือนำเข้าดังต่อไปนี้

  • ผลิตภัณฑ์ อาหาร
  • ผลิตภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์
  • ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง
  • ผลิตภัณฑ์ วัตถุอันตราย
  • ผลิตภัณฑ์ ยา
  • ผลิตภัณฑ์ ยาสมุนไพร

 

ผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมาย อย.

  • ผลิตภัณฑ์อาหาร แสดงเลขสารบบอาหาร  ตัวเลข13 หลักบนฉลาก
  • ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพย์ แสดงเลขรับจดแจ้ง แจ้งรายการละเอียด ใบอนุญาต มีตัวเลข 12 หลัก
  • ผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย แสดงตัวอักษร วอส. ตามด้วยเลขทะเบียนและปี พ.ศ.

 

ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีเครื่องหมาย อย.

ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง จะแสดงเลขที่รับจดแจ้ง โดยกำหนดให้ดเป็นเลข 10 หลัก

ผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในบ้านเรือนบางชนิด ต้องแสดงเลขที่ใบรับแจ้ง

ผลิตภัณฑ์ยา จะต้องแสดง เลขทะเบียนตำรับยา

 

        สาระน่ารู้เรื่องขอ อย. และขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ ก่อนผลิต นำเข้า และสร้างแบรนด์

 

ก่อนลงทุนกับสินค้า ควรรู้ว่าต้องตรวจสอบอะไร เตรียมเอกสารใด และวางแผนขออนุญาตอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ

การเริ่มต้นแบรนด์อาหาร เครื่องสำอาง หรือเครื่องมือแพทย์ มีรายละเอียดมากกว่าการเลือกสินค้าและออกแบบบรรจุภัณฑ์ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบประเภทผลิตภัณฑ์ ข้อมูลผู้ผลิต สูตร ฉลาก และขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ก่อนกำหนดแผนผลิตหรือนำเข้า

 

Meedee Group โดยบริษัท สำนักกฎหมาย ซีเอ็มที รับขึ้นทะเบียนอาหารและยา จำกัด รวบรวมประเด็นสำคัญสำหรับเจ้าของแบรนด์ โรงงาน และผู้นำเข้า เพื่อช่วยให้คุณเตรียมข้อมูลได้ตรงจุด และตัดสินใจดำเนินโครงการอย่างมีข้อมูล

 

หากมีสินค้าอยู่แล้ว ส่งรูปสินค้า รายละเอียดเบื้องต้น และแจ้งว่าผลิตในไทยหรือนำเข้า เพื่อขอประเมินขอบเขตงานและใบเสนอราคาได้ทันที

 

โทร: 083-492-5816

 LINE: @436ebwtc

อีเมล: cmtlaw49@gmail.com

 

   1. “ขอ อย.” ต้องเริ่มจากการรู้ว่าสินค้าของคุณคืออะไร

คำว่า “ขอ อย.” เป็นคำที่ผู้ประกอบการใช้เรียกงานหลายประเภท แต่สินค้าแต่ละกลุ่มไม่ได้ใช้ขั้นตอนหรือเอกสารเหมือนกันทั้งหมด

ก่อนประเมินแนวทางดำเนินงาน ควรเตรียมข้อมูลอย่างน้อย 4 เรื่อง ได้แก่

  • ส่วนประกอบ: สินค้าประกอบด้วยอะไร และมีรายละเอียดสูตรหรือไม่
  • วัตถุประสงค์การใช้: ใช้เพื่ออะไร ใช้กับใคร และใช้อย่างไร
  • รูปแบบผลิตภัณฑ์: เช่น อาหารพร้อมบริโภค ผง แคปซูล ครีม หรืออุปกรณ์
  • ข้อความที่ต้องการสื่อสาร: จะบอกคุณสมบัติหรือประโยชน์ของสินค้าอย่างไร 

ไม่ควรเลือกแนวทางจากชื่อทางการตลาดหรือรูปลักษณ์สินค้าเพียงอย่างเดียว หากยังไม่แน่ใจประเภทผลิตภัณฑ์ ควรตรวจสอบก่อนสั่งผลิตบรรจุภัณฑ์หรือเตรียมเอกสารจำนวนมาก

 

   2. การขออนุญาต การขึ้นทะเบียน และการจดแจ้ง ไม่ใช่งานเดียวกันทั้งหมด

เอกสารที่ต้องใช้และกระบวนการดำเนินงานขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและกิจกรรมของผู้ประกอบการ จึงไม่ควรนำขั้นตอนของสินค้าหนึ่งไปใช้กับอีกสินค้าหนึ่งโดยอัตโนมัติ

ตัวอย่างเช่น เครื่องสำอางมีระบบการจดแจ้งตามหลักเกณฑ์เฉพาะ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบรายละเอียดของผลิตภัณฑ์และข้อมูลที่ต้องยื่นให้ตรงกับงานจริง ศึกษาเพิ่มเติมได้จาก หลักเกณฑ์การพิจารณาการจดแจ้งเครื่องสำอางของ อย.

ส่วนผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์ต้องพิจารณาประเภทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น งานด้านอาหารสัตว์มีบริการและข้อมูลจากกรมปศุสัตว์ ไม่ควรเข้าใจว่าสินค้าทุกชนิดดำเนินการกับ อย. เหมือนกันทั้งหมด ดูข้อมูลได้ที่ กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ กรมปศุสัตว์ 

การรู้ประเภทงานที่ถูกต้องช่วยให้ขอเอกสารและประเมินค่าใช้จ่ายได้ตรงจุดขึ้น

 

   3. ผลิตเอง จ้างโรงงาน หรือเป็นผู้นำเข้า ควรเตรียมข้อมูลต่างกัน

รูปแบบธุรกิจมีผลต่อผู้ที่ต้องจัดเตรียมเอกสารและความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย ก่อนเริ่มงานควรตอบให้ชัดว่าใครเป็นผู้ผลิต ใครเป็นเจ้าของแบรนด์ และใครเป็นผู้ดำเนินการในประเทศไทย

รูปแบบธุรกิจ   ข้อมูลที่ควรเตรียมสำหรับประเมินงาน

ผลิตเอง            ประเภทสินค้า ข้อมูลสถานที่ กระบวนการผลิต และเอกสารที่มีอยู่

จ้างโรงงานผลิต           ชื่อโรงงาน รายละเอียดสินค้า สูตร และขอบเขตที่โรงงานรับผิดชอบ

นำเข้าจากต่างประเทศประเทศต้นทาง ผู้ผลิต รายละเอียดสินค้า และเอกสารจากผู้ขาย

เพิ่มสินค้าในธุรกิจเดิมเอกสารเดิม รายการสินค้าใหม่ และสิ่งที่เปลี่ยนจากงานเดิม

รับช่วงงานที่เคยยื่นแล้ว           สถานะคำขอ เอกสารที่ยื่น และข้อสังเกตหรือข้อแก้ไขที่ได้รับ

รายการนี้ใช้เตรียมข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่รายการเอกสารบังคับสำหรับทุกกรณี รายการที่ต้องใช้จริงต้องตรวจสอบตามประเภทงานอีกครั้ง

 

   4. ตรวจสูตรและข้อมูลสินค้า ก่อนลงทุนกับบรรจุภัณฑ์จำนวนมาก

หากสูตรยังไม่ลงตัว หรือข้อมูลจากผู้ผลิตยังไม่ครบ การรีบออกแบบและสั่งพิมพ์ฉลากอาจทำให้ต้องกลับมาแก้ไขภายหลัง

ก่อนสั่งผลิตบรรจุภัณฑ์ ควรรวบรวมสูตรฉบับที่จะใช้จริง รายละเอียดส่วนประกอบ ข้อมูลผู้ผลิต และข้อความที่ต้องการแสดงบนสินค้าให้เป็นชุดเดียวกัน

หากต้องการให้ทีมงานตรวจสูตรหรือฉลาก ควรระบุไว้ตั้งแต่ขอใบเสนอราคา เพื่อให้เห็นขอบเขตงานชัดเจน และทราบว่าส่วนใดรวมอยู่ในบริการแล้ว

ตัวอย่าง: หากโรงงานส่งสูตรใหม่หลังจากออกแบบฉลากเสร็จ ควรนำข้อมูลทั้งสองส่วนกลับมาตรวจสอบร่วมกันก่อนสั่งพิมพ์ ไม่ควรใช้ฉลากฉบับเดิมโดยสันนิษฐานว่ารายละเอียดไม่เปลี่ยน

 

   5. ฉลากสินค้าและข้อความโฆษณาควรตรวจสอบแยกกัน

ข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์กับข้อความที่ใช้ขายสินค้าบนเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรือวิดีโอ อาจเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดต่างกัน การมีเอกสารผลิตภัณฑ์จึงไม่ควรถูกตีความว่าใช้ข้อความโฆษณาใดก็ได้

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ โฆษณาเครื่องสำอางไม่ต้องขอใบอนุญาตโฆษณา แต่ข้อความต้องเป็นจริง ไม่โอ้อวดหรือทำให้เข้าใจผิด และต้องไม่กล่าวอ้างรักษาโรค ตามคำชี้แจงของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

ก่อนเผยแพร่สื่อ ควรตรวจทั้งข้อความ ภาพ เสียง คำบรรยาย และคำรับรองที่นำมาใช้ โดยพิจารณาตามประเภทสินค้า ไม่ใช้แนวทางของเครื่องสำอางแทนสินค้าทุกกลุ่ม

สำหรับผู้ประกอบการที่จ้างผู้ทำโฆษณาหรือผู้รีวิว ควรกำหนดข้อความที่อนุญาตให้ใช้และตรวจสื่อก่อนเผยแพร่ด้วย

 

   6. สินค้าต่างประเทศควรตรวจข้อมูลก่อนสั่งนำเข้า

เมื่อพบสินค้าที่น่าสนใจจากต่างประเทศ ควรขอรายละเอียดมาประเมินก่อนตัดสินใจสั่งซื้อจำนวนมาก โดยเฉพาะข้อมูลผู้ผลิต ส่วนประกอบ วัตถุประสงค์การใช้ รุ่น และฉลากต้นฉบับ

 

ข้อมูลที่ควรถามผู้ขายตั้งแต่ต้น ได้แก่

 

  • ใครเป็นผู้ผลิต และผลิตที่ประเทศใด
  • มีรายละเอียดสูตรหรือข้อมูลทางเทคนิคเพียงใด
  • มีเอกสารอะไรพร้อมส่งให้ผู้นำเข้า
  • หากต้องขอเอกสารเพิ่มเติม ผู้ผลิตสามารถจัดเตรียมได้หรือไม่
  • ข้อมูลในเอกสารตรงกับสินค้าที่จะจัดส่งจริงหรือไม่

 

เอกสารที่ใช้ในต่างประเทศควรนำมาตรวจสอบความเหมาะสมกับงานในประเทศไทยอีกครั้ง ไม่ควรสันนิษฐานว่าใช้แทนกันได้ทั้งหมด

 

   7. ขอ อย. ใช้เวลานานเท่าไร?

ระยะเวลาต้องประเมินตามประเภทผลิตภัณฑ์ ขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง และความพร้อมของข้อมูล จึงไม่ควรกำหนดระยะเวลาเดียวกันสำหรับทุกโครงการ

ในการวางแผน ควรแยกเวลาออกเป็นส่วนต่าง ๆ เช่น

 

  • เวลารวบรวมข้อมูลจากเจ้าของสินค้าและผู้ผลิต
  • เวลาจัดเตรียมหรือตรวจสอบเอกสาร
  • เวลาดำเนินกระบวนการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • เวลาจัดส่งข้อมูลหรือแก้ไขเพิ่มเติม หากมี

หากมีวันเปิดตัวสินค้าอยู่แล้ว ควรแจ้งตั้งแต่เริ่มประเมินงาน เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้และงานที่ต้องเตรียมก่อน ไม่ควรยืนยันวันจำหน่ายจากการคาดการณ์โดยยังไม่ตรวจเอกสาร

 

   8. ค่าบริการรับจด อย. ต้องดูมากกว่าตัวเลขราคา 

การเปรียบเทียบราคาให้ได้ประโยชน์ ควรเปรียบเทียบบนขอบเขตงานเดียวกัน เช่น จำนวนสินค้า ขั้นตอนที่รับผิดชอบ และเอกสารที่ลูกค้าต้องเตรียม

ก่อนว่าจ้าง ควรตรวจสอบว่าใบเสนอราคาระบุเรื่องต่อไปนี้ชัดเจนหรือไม่

  • ค่าบริการครอบคลุมงานอะไรบ้าง
  • รวมค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องหรือยัง
  • มีค่าทดสอบ ค่าแปล หรือค่าใช้จ่ายภายนอกหรือไม่
  • งานตรวจสูตรและฉลากรวมอยู่ในบริการหรือไม่
  • หากเปลี่ยนสูตร เพิ่มรุ่น หรือเพิ่มสินค้า จะประเมินงานอย่างไร
  • เมื่อจบงานจะได้รับเอกสารหรือผลส่งมอบอะไร

ค่าใช้จ่ายภายนอกบางรายการอาจไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าของคุณ ให้ยึดรายละเอียดโครงการและข้อตกลงจริงเป็นหลัก

 

   9. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสินค้า ควรตรวจสอบก่อนใช้เอกสารเดิม

การเปลี่ยนสูตร ผู้ผลิต ชื่อสินค้า ฉลาก หรือรายละเอียดอื่น อาจมีผลต่องานที่เคยดำเนินการไว้ จึงควรนำข้อมูลใหม่มาเปรียบเทียบกับข้อมูลเดิมก่อนตัดสินใจผลิตหรือจำหน่ายต่อ

สำหรับธุรกิจที่มีหลายสินค้า ควรเก็บเอกสารแยกเป็นรายผลิตภัณฑ์ พร้อมระบุฉบับล่าสุด ผู้รับผิดชอบ และวันที่เปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันการส่งข้อมูลเก่าหรือใช้ฉลากผิดฉบับ

การจัดเอกสารอย่างเป็นระบบยังช่วยให้ประเมินงานต่อเนื่องได้ง่ายขึ้น เมื่อต้องเพิ่มสินค้า แก้ไขข้อมูล หรือดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตเดิม

เช็กลิสต์ก่อนส่งสินค้าให้ประเมินงาน

 เตรียมข้อมูลต่อไปนี้เท่าที่มี เพื่อให้ทีมงานเข้าใจโครงการได้เร็วขึ้น

 

  • ชื่อและรูปสินค้า
  • ประเภทผลิตภัณฑ์ที่คาดว่าเกี่ยวข้อง
  • สูตร ส่วนประกอบ หรือข้อมูลทางเทคนิค
  • ฉลากหรือแบบบรรจุภัณฑ์
  • ชื่อผู้ผลิตและประเทศต้นทาง
  • ผลิตเอง จ้างผลิต หรือนำเข้า
  • จำนวนสูตร รุ่น หรือรายการ
  • เอกสารและสถานะคำขอเดิม หากมี
  • งานที่ต้องการให้ดูแล
  • ช่วงเวลาที่วางแผนเริ่มโครงการ

ยังมีข้อมูลไม่ครบ สามารถส่งสิ่งที่มีอยู่ก่อนได้ พร้อมแจ้งว่าข้อมูลส่วนใดกำลังขอจากโรงงาน เพื่อเริ่มพิจารณาว่าต้องเตรียมอะไรเพิ่มเติม

 

คำถามที่พบบ่อยก่อนเริ่มขอ อย.

ยังไม่มีโรงงาน ติดต่อได้หรือไม่?

สามารถติดต่อเพื่อแจ้งแนวคิดสินค้าและรูปแบบธุรกิจที่ต้องการได้ แต่การกำหนดขอบเขตงานหรือค่าใช้จ่ายบางส่วนอาจต้องรอข้อมูลผู้ผลิตและรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม

 

 มีโรงงานดำเนินการให้แล้ว ต้องตรวจอะไรอีก?

 ควรตรวจข้อตกลงว่าโรงงานรับผิดชอบงานใด ใครเป็นผู้ถือเอกสารที่เกี่ยวข้อง และเอกสารหรือฉลากที่ได้รับตรงกับสินค้าที่จะจำหน่ายหรือไม่ เพื่อให้เข้าใจหน้าที่ของแต่ละฝ่าย

 

มีสินค้าหลายสูตร ควรส่งข้อมูลพร้อมกันไหม?

 ควรส่งรายการทั้งหมด พร้อมระบุว่าสูตรหรือรุ่นใดต้องการเริ่มก่อน เพื่อให้ประเมินภาพรวมและจัดลำดับงานได้เหมาะกับแผนธุรกิจ

 

เคยยื่นแล้วได้รับข้อแก้ไข ควรทำอย่างไร?

 รวบรวมคำขอเดิม เอกสารที่ยื่น และข้อสังเกตที่ได้รับให้ครบก่อนประเมินงานต่อ การเห็นเอกสารเดิมช่วยให้พิจารณาประเด็นได้ตรงกว่าการเริ่มจากคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียว

 

ใช้บริการแล้วรับประกันผลอนุมัติหรือไม่?

 ผลการอนุญาตเป็นการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริการดำเนินงานช่วยดูแลตามขอบเขตที่ตกลง แต่ไม่สามารถรับประกันผลอนุมัติหรือกำหนดวันอนุมัติแทนหน่วยงานได้

เปลี่ยนข้อมูลที่มี ให้เป็นแผนงานสำหรับสินค้าของคุณ

 หากคุณอ่านมาถึงตรงนี้และยังไม่แน่ใจว่าสินค้าต้องเริ่มขั้นตอนไหน ให้เริ่มจากส่งรายละเอียดที่มีอยู่ เพื่อประเมินประเภทงาน ความพร้อมของเอกสาร และขอบเขตบริการก่อนตัดสินใจว่าจ้าง

 

บริษัท สำนักกฎหมาย ซีเอ็มที รับขึ้นทะเบียนอาหารและยา จำกัด พร้อมรับข้อมูลจากเจ้าของแบรนด์ ผู้ผลิต และผู้นำเข้า เพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินงานให้เหมาะกับโครงการของคุณ

 

ขอประเมินงานและใบเสนอราคาได้วันนี้

 

คัดลอกข้อความนี้ส่งทาง LINE ได้ทันที:

 

“ต้องการประเมินงานและขอใบเสนอราคาครับ/ค่ะ สินค้าคือ…… ผลิตในไทย/นำเข้าจาก…… จำนวน……รายการ ปัจจุบันมีเอกสาร…… ต้องการให้ช่วย…… และวางแผนเริ่มงานช่วง……”

 

Meedee Group

บริษัท สำนักกฎหมาย ซีเอ็มที รับขึ้นทะเบียนอาหารและยา จำกัด

 

โทร: 083-492-5816

LINE: @436ebwtc

อีเมล: cmtlaw49@gmail.com

อีเมลสำรอง: toebkk@hotmail.com

 

ติดต่อเราเพื่อส่งข้อมูลสินค้าและขอใบเสนอราคา

 

บริการด้วยใจ ใส่ใจในทุกรายละเอียด — เริ่มจากข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อวางแผนธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น

 

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับเตรียมโครงการ รายละเอียดเอกสารและขั้นตอนต้องตรวจสอบตามประเภทผลิตภัณฑ์และหลักเกณฑ์ที่ใช้ในวันที่ดำเนินการ